logo
กรมธนารักษ์
สำนักงานธนารักษ์พื้นที่ปราจีนบุรี
THE TREASURY
DEPARTMENT
MENU
  • A
  • A
  • A

เกี่ยวกับจังหวัด

ประวัติจังหวัดปราจีนบุรี
 

จังหวัดปราจีนบุรี เคยเป็นดินแดนที่มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่สมัยทวารวดีและมีการพัฒนาการต่อเนื่องมาจนถึงสมัยลพบุรีประมาณ 800 ปีก่อน ปรากฏหลักฐานเป็น ซากเมืองโบราณที่เรียกว่า "เมืองศรีมโหสถ" ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรีมโหสถ และทางด้านทิศตะวันออก ของเมืองศรีมโหสถที่บริเวณ บ้านโคกขวาง อำเภอศรีมหาโพธิ ยังมีชุมชนโบราณมีอายุร่วมสมัยเดียวกันกับเมืองศรีมโหสถอีกด้วย บริเวณซากเมืองโบราณเหล่านี้ มีซากโบราณสถานซึ่งใช้ประกอบพิธีกรรม ศาสนกิจ และโบราณวัตถุ ได้แก่ พระพุทธรูป เทวรูป เครื่องปั้นดินเผา เครื่องสำริด เครื่องมือเครื่องใช้กระจัดกระจายอยู่ทั่วไป

 

 

ในสมัยต่อมา ศูนย์กลางความเจริญได้ย้ายมาตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำปราจีนบุรีเช่นปัจจุบันในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า "เมืองปราจีน" ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ตอนต้นก็ยังเรียกว่า "เมืองปราจิณ" หรือ "มณฑล ปราจิณ" จวบจนในรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 6 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้จัดระเบียบ การปกครองแผ่นดินตามแบบต่างประเทศ มณฑลปราจิณถูกยุบ คงมีฐานะเป็นเพียงหัวเมืองหนึ่ง ต่อมาทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้เปลี่ยนคำว่าเมืองเป็นจังหวัดจึงมีชื่อเรียกใหม่ว่า "จังหวัดปราจีนบุรี"

  • ตราประจำจังหวัด เป็นรูปต้นศรีมหาโพธิ์ ซึ่งปลูกไว้ ที่ตำบลโคกปีบ อำเภอศรuมโหสถ มีความหมายเป็น สัญลักษณ์ในด้านพระพุทธศาสนาที่เชิดหน้าชูตา
    ที่สุดของจังหวัด สันนิษฐานว่าเป็นพันธุ์ จากต้นพระศรีมหาโพธิ์ พุทธคยา ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นต้นโพธิ์ ที่พระองค์ทรงประทับบำเพ็ญธรรม จนสำเร็จเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า นำเข้ามาปลูกกว่า 2,000 ปี
  • ดอกไม้ประจำจังหวัด คือ ดอกปีบ
  • สีประจำจังหวัด คือ สีแดงเหลือง

ลักษณะภูมิอากาศ
ปราจีนบุรีมีสภาพอากาศที่แห้งแล้งและชุ่มชื้นสลับกันอย่างชัดเจนลักษณะแบบฝนเมืองร้อน ในฤดูมรสุมตะวันตก เฉียงใต้จะมีอากาศชุ่มชื้นและฝนตกตลอดฤดู แต่ในฤดู มรสุมตะวันตกเฉียงเหนือหรือฤดูหนาวนั้น จะมีอากาศแห้งแล้งมีฤดูที่แตกต่างกัน 3 ฤดู คือ ฤดูฝนเริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน - เดือนตุลาคม ฤดูหนาวเริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - เดือนกุมภาพันธ์ ฤดูร้อนเริ่มตั้งแต่เดือน มีนาคม - เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ย ตลอดปีประมาณ27-37 องศาเซลเซียส (83-95 องศาฟาเรนไฮต์)

การเดินทาง
ทางรถยนต์ จากกรุงเทพ ฯ สามารถเดินทางไปปราจีนบุรีได้ 3 เส้นทาง คือ
     1. กรุงเทพ ฯ แยกรังสิตตามทางหลวงหมายเลข 305 เลียบคลองรังสิต ผ่านอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก เข้าทางหลวงหมายเลข 33  แยกขวาที่สามแยกหนองชะอม ตามทางหลวงหมายเลข 319 ระยะทาง 132 กิโลเมตร หรือวิ่งไปตามทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวขวาที่วงเวียนบริเวณศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ระยะทาง 136 กิโลเมตร
      2. จากกรุงเทพ ฯ ตามทางหลวงหมายเลข 1 เลี้ยวขวาที่หินกองไปตามทางหลวงหมายเลข 33 ผ่านนครนายก แยกขวาที่สามแยกหนองชะอมตามทางหลวงหมายเลข 319 ระยะทาง 164 กิโลเมตร
      3. จากกรุงเทพ ฯ ตามทางหลวงหมายเลข 304 ผ่านฉะเชิงเทรา พนมสารคาม เลี้ยวซ้ายตามทางหลวงหมายเลข 319 ผ่านอำเภอศรีมโหสถ ระยะทาง 158 กิโลเมตร

ทางรถโดยสาร จากกรุงเทพ ฯ มีรถโดยสารปรับอากาศ ออกจากสถานีขนส่งสายเหนือ (ถ.กำแพงเพชร 2)
โทร. 0-2936-3660, 0-2936-3666 (จองตั๋ว) มีเส้นทางเดินรถ 2 เส้นทาง
      1. เส้นทางกรุงเทพ ฯ - หินกอง - นครนายก - ปราจีนบุรี
รถโดยสารปรับอากาศชั้น1 และชั้น2 สาย58, 59 (กรุงเทพฯ- นครนายก-ปราจีนบุรี) 
เที่ยวแรก 04.50 น. เที่ยวสุดท้าย 21.00 น. มีทุก 30 นาที ค่าโดยสาร ป.1 คนละ 110 บาท ป.2 คนละ 85 บาท
       2. เส้นทางกรุงเทพ ฯ - องครักษ์ - นครนายก - ปราจีนบุรี
รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 และชั้น 2 สาย 920 (กรุงเทพ ฯ - นครนายก - ปราจีนบุรี)
เที่ยวแรก 05.25 น. เที่ยวสุดท้าย 18.25 น. ค่าโดยสาร ป.1 คนละ 92 บาท ป.2 คนละ 71 บาท
สถานีขนส่งจังหวัดปราจีนบุรี โทร. 0-3721-1292

ทางรถไฟ จากสถานีรถไฟกรุงเทพ ฯ มีขบวนรถไฟโดยสาร (รถธรรมดา) ไปปราจีนบุรีวันละ 7 ขบวนเวลา 05.55 น. 08.00 น. 11.20 น. 13.05 น. 15.05 น. และ 17.25 น. ค่าโดยสารคนละ 26 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม โปรดติดต่อการรถไฟแห่งประเทศไทย
โทร. 0-2223-7010 และ 0-2223-7020
 
ตึกเจ้าพระยาอภัยภูเบศร 
  
         อยู่ภายในโรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ถนนปราจีนอนุสรณ์ ห่างจากตัวเมืองประมาณ 2.5 กิโลเมตร เป็นตึกที่เจ้าพระยาอภัยภูเบศรสร้างขึ้นโดยทรัพย์สินส่วนตัว ในปี พ.ศ. 2452 เพื่อถวายเป็นที่ประทับของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวในคราวเสด็จประพาสมณฑลปราจีน มีลักษณะสถาปัตยกรรมเป็นตึกสองชั้นแบบยุโรป สมัยเรอเนสซองส์ มีมุขด้านหน้า ตรงกลางเป็นโดม ผนังด้านนอกเป็นปูนปั้นลายพฤกษาประดับซุ้มประตูและหน้าต่าง ภายในตกแต่งแบบตะวันตก กรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานแล้ว ภายในตึกจัดทำเป็นพิพิธภัณฑ์การแพทย์แผนไทยอภัยภูเบศร โดยจะเป็นศูนย์การรวบรวมอนุรักษ์ตำราไทย สมุนไพรไทย การแพทย์แผนไทย การแพทย์พื้นบ้านของจังหวัดปราจีนบุรี อีกทั้งยังเป็นแหล่งการศึกษา ค้นคว้า วิจัย และเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่น ที่เกี่ยวข้องกับสมุนไพร และการแพทย์ของท้องถิ่น โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร เป็นโรงพยาบาลนำร่องเรื่องการแพทย์แผนไทย ใช้สมุนไพรบำบัดยารักษาโรค มีการนวด อบ ประคบและฝังเข็ม แปรรูปสมุนไพรไทยเป็นเวชภัณฑ์และเครื่องสำอาง จำหน่ายในราคาย่อมเยา
ติดต่อสอบถามเพื่มเติม โทร. 0 3721 1088

น้ำตกเขาอีโต้ 

        ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม น้ำตกเขาอีโต้เป็นธารน้ำที่ไหลผ่านโขดหินน้อยใหญ่ลดหลั่นเป็นชั้นๆ ความสูงไม่มากนัก สภาพบริเวณโดยรอบเป็นป่าโปร่ง มีน้ำมากเฉพาะในช่วงฤดูฝน
การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์ แต่อยู่เลยไปอีกประมาณ 400 เมตร

น้ำตกธารรัตนา 

        ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม ระยะทางประมาณ 100 เมตร จากถนนสายเนินหอม-เขาใหญ่ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเมืองปราจีนบุรีประมาณ 25 กิโลเมตร มีสภาพเป็นแก่งน้ำไหลตามหุบเขาในเทือกเขาใหญ่มีน้ำมากในช่วงฤดูฝน

น้ำตกห้วยเกษียร

        บริเวณตัวน้ำตกเป็นป่าเขา ปากทางแยกเข้าน้ำตกแห่งนี้อยู่ที่หมู่บ้านขอนขวาง ตำบลดงขี้เหล็ก ซึ่งอยู่ตรงหลักกิโลเมตรที่ 166 หรือห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ 15 กิโลเมตร แยกซ้ายมือเข้าสู่ตัวน้ำตกอีกประมาณ 4 กิโลเมตร

น้ำตกเหวนรก 

        อยู่บนเส้นทางสายปราจีนบุรี-เขาใหญ่ เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ครอบคลุมพื้นที่ของจังหวัดปราจีนบุรี นครนายก นครราชสีมา และสระบุรี เป็นน้ำตกขนาดใหญ่ที่สวย ความสูงประมาณ 60 เมตร และมีหน้าผาสูงชัน น้ำไหลแรงสู่หุบเหวเบื้องล่างในช่วงฤดูฝน
การเดินทาง จากตัวเมืองปราจีนบุรีไปตามถนนสุวรรณศรจนถึงสี่แยกเนินหอม (เวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 3077 ไปจนถึงกิโลเมตรที่ 24 ซึ่งเป็นทางขึ้นเขาใหญ่ เป็นระยะทางประมาณ 40 กิโลเมตร จะมีทางแยกขวาเข้าไปตัวน้ำตก การเดินทางที่จะเข้าไปชมน้ำตกนั้นต้องเดินเท้าเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร บริเวณต้นน้ำตกมีทางเดินลงไปยังจุดชมวิวน้ำตกที่สามารถมองเห็นน้ำตกเหวนรกในมุมมองที่สวยงาม

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ ปราจีนบุรี 

        ตั้งอยู่ทางด้านหลังของศาลากลางจังหวัดปราจีนบุรี ประมาณ 200 เมตร เป็นพิพิธภัณฑสถานประเภทประวัติศาสตร์โบราณคดี ก่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นศูนย์รวมของโบราณวัตถุในเขต 7 จังหวัด คือ ปราจีนบุรี นครนายก ฉะเชิงเทรา ชลบุรี จันทบุรี ตราด และระยอง ภายในมีการจัดแสดงโบราณวัตถุสำคัญ ซึ่งส่วนใหญ่ได้มาจากเมืองโบราณสมัยทวารวดี อาทิ พระพุทธรูป เทวรูปเคารพในศาสนาฮินดู ศิวลึงค์ ทับหลัง เครื่องใช้สำริด และ จัดแสดงศิลปะในประเทศไทยสมัยต่างๆ ตั้งแต่สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ต่อเนื่องจนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยรัชกาลที่ 5 เพื่อประโยชน์ในการศึกษาเปรียบเทียบ รวมทั้งเครื่องถ้วยสังคโลกที่พบใต้ทะเลจากบริเวณเกาะคราม จังหวัดชลบุรี นอกจากนั้นยังจัดสถานที่ส่วนหนึ่งสำหรับนิทรรศการชั่วคราวในโอกาสต่าง ๆ ด้วย พิพิธภัณฑ์เปิดให้เข้าชมวันพุธ-วันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ปิดวันจันทร์ วันอังคาร อัตราค่าเข้าชม ชาวไทย 10 บาท ชาวต่างประเทศ 30 บาท
ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 3721 1586

วัดแก้วพิจิตร 

        ตั้งอยู่ริมฝั่งด้านขวาของแม่น้ำบางปะกง ในเขตเทศบาลเมืองปราจีนบุรี ห่างจากตัวเมืองไปทางทิศตะวันออกประมาณ 2 กิโลเมตร เป็นวัดเก่าแก่สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2422 โดยเศรษฐีนีใจบุญชาวปราจีนบุรีชื่อนางประมูลโภคา (แก้ว ประสังสิต) ภรรยาของขุนประมูลภักดี ต่อมาในปี พ.ศ. 2456 เจ้าพระยาอภัยภูเบศร (ชุ่ม อภัยวงศ์) ได้สร้างพระอุโบสถเพิ่มเติม จึงมีลักษณะทางสถาปัตยกรรม และลวดลายประดับอาคารผสมผสานระหว่างศิลปไทย จีน ยุโรป และเขมร สิ่งที่น่าสนใจภายในวัด ได้แก่ ฝาผนังด้านนอกพระอุโบสถมีภาพปูนปั้นเรื่องรามเกียรติ์ ภายในพระอุโบสถมีภาพวาดบนแผ่นผ้าเกี่ยวกับเรื่องราวในพระพุทธศาสนา เช่น ทศชาติชาดก มารผจญ วาดโดยช่างหลวงในรัชกาลที่ 6 ด้านหน้าพระอุโบสถมีอาคารเรียนหนังสือไทยนักธรรมบาลีเป็นอาคารคอนกรีต รูปสถูปโดม ศิลปกรีกหรือโรมันอยู่หลังหนึ่ง นอกจากนั้นภายในวัดแก้วพิจิตรยังมีหอพระไตรปิฎกและศาลาตรีมุขที่ท่าน้ำ บรรยากาศภายในวัดร่มรื่น

วัดโบสถ์ 

         อยู่ทางทิศตะวันตกของตัวเมืองปราจีนบุรี ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ภายในวัดมีพระพุทธรูป 3 องค์ ประดิษฐานเรียงรายไปตามริมแม่น้ำ คือ พระพุทธรูปปางลีลา พระนามว่า "พระสิริมงคลนิมิต พระพุทธรูปปางประทับนั่งห้อยพระบาท พระนามว่า "พระสรรพสิทธินาวา พระพุทธรูปปางประทับนอน พระนามว่า "พระมหาชินไสยาสน์ ภายในวัดมีบรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ
การเดินทาง จากถนนเทศบาลดำริถึงสี่แยกถนนสุวินทวงศ์ ทางหลวงหมายเลข 319 แล้วตรงไปตามทางหลวงหมายเลข 3071 ระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
        ประดิษฐานอยู่ ณ สี่แยกเนินหอม อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีไปทางทิศเหนือ ตามเส้นทางหลวงหมายเลข 320 ประมาณ 9 กิโลเมตร วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชจะตั้งอยู่ทางขวามือ ศาลแห่งนี้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ในท่าประทับยืน เหตุที่สร้างศาลขึ้นเพื่อเป็นที่ระลึกถึงพระองค์ท่านในคราวกรีฑาทัพจากกรุงศรีอยุธยา เพื่อไปปราบนักพระสัฏฐาแห่งเมืองละแวก ระหว่างการเดินทางทัพได้หยุดพักทัพในเขตปราจีนบุรี ประชาชนชาวจังหวัดปราจีนบุรีและจังหวัดใกล้เคียงนิยมมาสักการะบูชาเพื่อเป็นสิริมงคล
 
 
ศูนย์วัฒนธรรมจังหวัดปราจีนบุรี

         ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำบางปะกง ถนนปราจีนอนุสรณ์ ข้างหอประชุมอำเภอเมือง เดิมเป็นอาคารในโรงจักรถลุงทอง จัดสร้างโดยพระปรีชากลกาล (สำอาง อมาตยกุล) สร้างในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีสถาปัตยกรรมผสมระหว่างศิลปกรรมไทยกับแบบตะวันตก ทางกรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน และได้ทำการบูรณะซ่อมแซม จัดทำเป็นศูนย์วัฒนธรรมเพื่อเป็นที่รวบรวมเอกสาร วัตถุโบราณ สิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ ประเพณี และวัฒนธรรมของชาวบ้านในท้องถิ่น
สวนพันธุ์ไผ่
         ตั้งอยู่ที่ตำบลเนินหอม มีเนื้อที่ประมาณ 300 ไร่ เป็นสถานที่รวบรวมพันธุ์ไผ่นานาชนิดปลูกไว้เพื่อการศึกษา และขยายพันธุ์ อยู่ในความดูแลของกรมราชทัณฑ์ การเดินทาง จากทางหลวงหมายเลข 33 เลี้ยวซ้ายที่สี่แยกเนินหอม (วงเวียนศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช) ไปตามทางหลวงหมายเลข 3077 สายแยกเนินหอม-เขาใหญ่ ซึ่งเป็นถนนไปอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร หรือห่างจากตัวเมืองประมาณ 20 กิโลเมตร
 
อ่างเก็บน้ำจักรพงษ์

       ก่อสร้างเป็นเขื่อนดิน สูงประมาณ 16.50 เมตร ยาว 740 เมตร จากปากทางเข้าอ่างเก็บน้ำให้เลี้ยวซ้ายจะมีถนนขึ้นไปจนถึงยอดเขาเพื่อชมทัศนียภาพโดยรอบ ระยะทางประมาณ 11 กิโลเมตร และช่วงกิโลเมตรที่ 6 จะเป็น เนินพิศวง หรือ เนินมหัศจรรย์ ยาวประมาณ 150 เมตร ถ้าจอดรถแล้วปล่อยเกียร์ว่างไว้รถจะไหลขึ้นเนินได้ซึ่งเกิดจากภาพลวงตาจากภูมิประเทศโดยรอบ
การเดินทาง จากสี่แยกเนินหอม แล้วเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข 33 ไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร จะมีป้ายบอกให้แยกซ้ายมือ ระหว่างกิโลเมตรที่ 160-161 เลยไปอีกประมาณ 2 กิโลเมตร ก็จะถึงอ่างเก็บน้ำจักรพงษ์

พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์
 
         พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ    17 ไร่  ในเขตตำบลดงขี้เหล็ก  นอกจากเป็นพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมตะเกียงโบราณแล้ว ยังมีของเก่าที่ใช้ในชีวิตประจำวันของคนสมัยก่อน ไม่ว่าจะเป็นธนบัตรเก่า เหรียญเก่า ลอตเตอรี่เก่า ตู้ไม้สัก โต๊ะเครื่องแป้ง ตลอดจนตู้เย็นน้ำมันก๊าด พัดลมที่ใช้น้ำมันก๊าด นาฬิกาไขลาน วิทยุไม้ ตะเกียงลาน จักยานและตราชั่งเก่า ที่อีหลายคนยังไม่เคยเห็น โดยจุดสนใจและได้รับความนิยมมากก็คือลอตเตอรี่ เมื่อเดินชมรอบแล้วยังสามารถพักผ่อนบริเวณสวนสงบที่ล้อมรอบด้วยธรรมชาติอันสวยงาม ทั้งนี้ภายนอกอาคารยังมีบ่อปลาสำหรับท่านให้อาหารปลาเพื่อเป็นการพักผ่อนหย่อนใจ  พิพิธภัณฑ์อยู่สุขสุวรรณ์ อยู่ห่างจากตัวเมืองปราจีนบุรีประมาณ6 กิโลเมตร ตั้งอยู่ที่ 135 .ปราจีนตคาม ต.ดงขี้เหล็ก อ.เมือง จ.ปราจีนบุรี ไปทาง อ.ประจันตคามเมื่อท่านได้ก้าวเข้าสู่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ท่านจะได้พบกับตะเกียงจำนวนมากมหาศาลซึ่งมีแขวนอยู่ทุกๆที่ ไม่ว่าจะเป็นตามที่จอดรถ ร้านค้าบนเพดานตามอาคารต่างๆ แม้กระทั่งห้องน้ำอีกด้วย
สอบถามเพิ่มเติม โทรศัพท์   037-21755 , 037-217552 มือถือ 081-2958218
10 กรกฎาคม 2556 | จำนวนเข้าชม 551 ครั้ง